Rabbit ประกาศเปิดตัว OS3 ระบบปฏิบัติการเชิง agent ตัวใหม่ที่ทำงานผ่านคลาวด์และเข้าถึงได้จากคอมพิวเตอร์ทั่วไป โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ Rabbit R1 อีกต่อไป ที่น่าสนใจกว่านั้นคือบริษัทเปิดเผยพร้อมกันว่าได้หยุดผลิต R1 ไปแล้ว
จุดที่ต้องดูคือ OS3 เข้าถึงได้จากช่องทางไหนบ้าง ทำงานข้ามอุปกรณ์ได้ดีแค่ไหน และข้อมูลผู้ใช้จะถูกเก็บไว้ที่ไหนเมื่อทุกอย่างประมวลผลผ่านคลาวด์ครับ
OS3 คืออะไร และทำไม Rabbit ถึงตัดขาดจาก R1
Rabbit เรียก OS3 ว่าเป็น “agentic operating system” ตัวระบบประมวลผลอยู่บนคลาวด์ แต่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ของผู้ใช้แบบโลคัล โดย OS3 จะเป็นฝ่ายเลือกเองว่าต้องใช้อุปกรณ์ ไฟล์ แอป หรือโมเดล AI ตัวไหน ถึงจะทำงานที่ผู้ใช้สั่งให้เสร็จ
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ Jesse Lyu ผู้ก่อตั้ง Rabbit เปิดเผยกับ Wired ว่าบริษัทหยุดผลิตอุปกรณ์ R1 ไปแล้ว และกำลังพัฒนาฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ในชื่อ “cyberdeck” ซึ่งจะรัน OS3 เช่นกัน โดยตั้งเป้าเปิดตัวภายในอีกไม่กี่เดือนจากนี้

ช่องทางที่เข้าถึง OS3 ได้จริงในตอนนี้
ผู้ใช้เข้าถึง OS3 ได้ผ่านเว็บไซต์เฉพาะทางที่บริษัททำขึ้น ผ่านแอปแชตที่คนใช้อยู่แล้วอย่าง Telegram และ iMessage หรือจะสั่งงานผ่านตัวเครื่อง Rabbit R1 เดิมก็ยังทำได้ ไม่ได้ตัดขาดจากกันทั้งหมด
แต่ละบัญชีเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปได้สูงสุด 5 เครื่อง และเลือกโมเดล AI ที่อยากใช้เองได้ด้วย OS3 จะเป็นตัวตัดสินใจว่างานที่สั่งไปต้องใช้เครื่องไหน แอปไหน หรือไฟล์ส่วนใดถึงจะเสร็จครับ

จาก R1 เครื่องเดียว สู่เครือข่ายอุปกรณ์ที่เลือกเองได้
| Factor | Rabbit R1 (เดิม) | OS3 |
|---|---|---|
| อุปกรณ์ที่ต้องใช้ | ต้องมี R1 | เข้าถึงผ่าน Windows, Mac, Linux หรือแอปแชต |
| จำนวนอุปกรณ์ต่อบัญชี | ผูกกับเครื่องเดียว | เพิ่มได้สูงสุด 5 เครื่อง |
| การเลือกโมเดล AI | กำหนดตายตัวจากเครื่อง | ผู้ใช้เลือกเองได้ |
| ช่องทางสั่งงาน | ต้องพกอุปกรณ์เฉพาะ | สั่งผ่านเว็บไซต์เฉพาะทาง, Telegram หรือ iMessage ได้ |
| สถานะการผลิตฮาร์ดแวร์ | Rabbit หยุดผลิตแล้ว | รอฮาร์ดแวร์ใหม่ "cyberdeck" ในอีกไม่กี่เดือน |
| ที่เก็บบทสนทนา/ความจำ | ผูกกับระบบเดิมของ R1 | เก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของ Rabbit |
จุดที่ยืนยันได้ชัดคือ OS3 ไม่บังคับให้ซื้อ R1 อีกต่อไป ส่วนความแม่นยำเมื่อใช้งานจริงข้ามหลายอุปกรณ์ยังต้องรอผลทดสอบเพิ่มเติม.
งานแบบไหนที่ OS3 ถูกออกแบบมาให้ช่วย
ตามที่ Rabbit อธิบาย OS3 จะเป็นฝ่ายตัดสินใจเองว่าต้องหยิบไฟล์ เปิดแอป หรือเรียกโมเดล AI ตัวไหนมาช่วยทำงานให้เสร็จ ต่างจากผู้ช่วย AI ทั่วไปที่รอให้ผู้ใช้บอกทีละขั้น ลองนึกภาพงานที่ต้องดึงไฟล์จากเครื่องหนึ่ง แล้วส่งต่อให้อีกเครื่องประมวลผลต่อ นี่คือรูปแบบงานที่ OS3 ถูกวางให้รับมือ ไม่ใช่แค่ตอบคำถามในหน้าต่างแชตเดียว
พูดตรงๆ ว่าตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขทดสอบที่ยืนยันได้ว่า OS3 ทำงานแม่นยำแค่ไหนในสถานการณ์จริง ผู้ใช้ที่อยากลองจึงควรเริ่มจากงานที่ตรวจสอบผลลัพธ์ได้ง่ายก่อน
เทียบกับผู้ช่วย AI แบบแชตและเครื่องมืออัตโนมัติเดิม
| Factor | OS3 | ผู้ช่วย AI แบบแชตทั่วไป | เครื่องมืออัตโนมัติบนเบราว์เซอร์ |
|---|---|---|---|
| ขอบเขตการทำงาน | เลือกอุปกรณ์ ไฟล์ แอป และโมเดล AI เองเพื่อทำงานให้เสร็จ | ตอบคำถามและช่วยคิด แต่ไม่ลงมือทำแทน | ทำตามขั้นตอนที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า |
| จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมได้ | สูงสุด 5 เครื่องต่อบัญชี | ขึ้นกับแอปที่ติดตั้งในแต่ละเครื่อง | ขึ้นกับเครื่องมือที่ตั้งค่าไว้ |
| ช่องทางสั่งงาน | เว็บไซต์เฉพาะทาง, Telegram, iMessage หรือ R1 | แอปแชตของผู้ให้บริการนั้นๆ | ปลั๊กอินหรือสคริปต์เฉพาะทาง |
| ความเป็นส่วนตัว | บทสนทนาและความจำบางส่วนเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ Rabbit | ขึ้นกับผู้ให้บริการแต่ละราย | ข้อมูลอยู่ในขั้นตอนที่ผู้ใช้ตั้งไว้เอง |
| ราคา | ยังไม่ประกาศ | มีทั้งฟรีและเสียเงิน | ขึ้นกับเครื่องมือที่เลือกใช้ |
จะเห็นว่า OS3 ต่างจากผู้ช่วย AI แบบแชตตรงที่พยายามลงมือทำงานข้ามอุปกรณ์แทนผู้ใช้ ไม่ใช่แค่ตอบคำถามอยู่ในหน้าต่างเดียว แต่แลกมาด้วยการต้องไว้ใจให้ระบบเข้าถึงหลายเครื่องพร้อมกัน
จุดแข็งที่ทำให้น่าจับตา และข้อจำกัดที่ยังต้องระวัง
ข้อดี
- +ไม่ต้องพก R1 ก็สั่งงานได้ ผ่านคอมพิวเตอร์หรือแอปแชตที่ใช้อยู่แล้ว
- +เพิ่มอุปกรณ์ได้ถึง 5 เครื่องต่อบัญชี และเลือกโมเดล AI เองได้
ข้อเสีย
- −แชทและความจำของผู้ใช้ยังถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของ Rabbit ไม่ได้หายไปทันที
- −โมเดล AI จากผู้ให้บริการภายนอกมีนโยบายความเป็นส่วนตัวของตัวเอง ต้องตรวจแยกอีกชั้น
ต้นทุนที่ยังไม่มีคำตอบชัดก่อนใช้งานจริง
Rabbit ยังไม่ประกาศราคาค่าสมัครใช้ OS3 หรือกำหนดวันเปิดให้ใช้งานทั่วไปอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ยืนยันได้ตอนนี้มีแค่ช่องทางเข้าถึงและจำนวนอุปกรณ์สูงสุดต่อบัญชี ส่วนค่าใช้จ่ายจริงเมื่อเปิดให้ใช้งานเต็มรูปแบบยังต้องรอดูอีกที
อีกต้นทุนที่มองข้ามไม่ได้คือความเป็นส่วนตัว แม้ Rabbit จะยืนยันว่าจะไม่เก็บ คัดลอก ใช้ หรือขายข้อมูลผู้ใช้ แต่บทสนทนาและความจำที่เกี่ยวข้องยังถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท และโมเดล AI จากผู้ให้บริการภายนอกที่เชื่อมกับ OS3 ก็มีนโยบายความเป็นส่วนตัวของตัวเองแยกต่างหาก ผู้ใช้จึงควรอ่านเงื่อนไขให้ครบก่อนเชื่อมบัญชีสำคัญเข้ากับระบบครับ
เหมาะกับใคร และใครควรรอดูก่อน
เหมาะกับ
- คนที่มีคอมพิวเตอร์ Windows, Mac หรือ Linux หลายเครื่อง และอยากลองให้ AI จัดการงานข้ามเครื่องแทน
- คนที่ใช้ Telegram หรือ iMessage อยู่แล้ว และอยากสั่งงาน agent ผ่านแชตโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม
ลองชั่งน้ำหนักดู
- คนที่กังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัว เพราะบทสนทนาบางส่วนยังถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของ Rabbit
ข้ามได้เลย
- คนที่อยากรู้ราคาหรือวันเปิดใช้งานจริงก่อนตัดสินใจ — Rabbit ยังไม่ประกาศตัวเลขเหล่านี้
R1 เลิกผลิตแล้ว แล้ว Rabbit จะไปทางไหนต่อ
การหยุดผลิต R1 ไม่ได้แปลว่า Rabbit เลิกทำฮาร์ดแวร์ Jesse Lyu บอกกับ Wired ว่าบริษัทกำลังทำอุปกรณ์ใหม่ในชื่อ “cyberdeck” ที่จะรัน OS3 เช่นกัน และตั้งเป้าเปิดตัวภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พูดง่ายๆ คือ Rabbit ไม่ได้ทิ้งฮาร์ดแวร์ไปเลย แต่ย้ายจุดขายจากอุปกรณ์เครื่องเดียวไปเป็นระบบ agent ที่ทำงานข้ามอุปกรณ์แทน

สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือ Rabbit จะเปิดราคาและวันใช้งานจริงของ OS3 เมื่อไหร่ และ cyberdeck รุ่นใหม่จะต่างจาก R1 เดิมแค่ไหน ลองติดตามการเข้าถึงแบบไม่ต้องซื้อเครื่องไปก่อน แล้วค่อยประเมินว่าคุ้มจะรอฮาร์ดแวร์ใหม่หรือไม่ครับ